SN9999 ข่าวเด่นวันนี้กีฬาดี

SN9999 ข่าวเด่นวันนี้กีฬาดี

SN9999 ข่าวเด่นวันนี้กีฬาดี

คืนถิ่นเก่า! รานิเอรีซึ้งใจคำพูดต้อนรับเสี่ยหมี

SN9999 ข่าวเด่นวันนี้กีฬาดี กุนซือชาวอิตาเลียนสุดปลื้มได้รับการต้อนรับจากเจ้าของทีมสิงห์บลูอย่างอบอุ่นในเกมเมื่อคืนนี้ เคลาดิโอ รานิเอรี ผู้จัดการทีมเลสเตอร์ ซิตี้ ยอมรับ ปลื้มใจกับบรรยากาศสุดอบอุ่นในสนาม”สแตมฟอร์ด บริดจ์” โดยเฉพาะ โรมัน อบราโมวิช เจ้าของทีมเชลซีที่กล่าวต้อนรับเขาในฐานะแชมเปี้ยน กุนซือใหญ่ชาวอิตาเลียนเคยทำงานคุมทัพสิงห์บลูในระหว่างปี 2000-2004 ซึ่งเป็นช่วงคาบเกี่ยวกับตอนที่มหาเศรษฐีชาวรัสเข้ามาซื้อกิจการของสโมสรเมื่อปี 2003 ทำให้ทั้งคู่มีโอกาสร่วมงานกันเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

“ผมรู้สึกซาบซึ้งถึงขีดสุดเพราะมันเยี่ยมมากและเป็นการต้อนรับที่อบอุ่นจากทุกคน” รานิเอรี กล่าว ผมเจอ โรมัน อบราโมวิช และเขาพูดว่า ‘ยินดีต้อนรับแชมเปี้ยน’ เขาอบอุ่นมาก จากนั้นผมเดินลงสนามและเห็นแฟนบอลทุกคนของเราและเชลซี มันเป็นช่วงเวลาที่น่าเหลือเชื่อสำหรับผม ทั้งตอนเริ่มเกมและตอนจบเกม แต่ผมไม่ได้ร้องไห้นะ ไม่เอาน่า นายนี่ก็ชอบพูดถึงเรื่องร้องไห้ทุกครั้งเลยนะ”

ทั้งนี้ จิ้งจอกสยามบุกเจ๊าสิงโตน้ำเงินคราม 1-1 ในนัดส่งท้ายฤดูกาลเมื่อคืนนี้ ก่อนมีคิวแห่รถบัสเปิดประทุนฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีกรอบเมืองเลสเตอร์ในวันนี้

ดีและฟรี! ค้อนเซ็น

ดีและฟรี! ค้อนเซ็นกลางสิงห์หนุ่มร่วมทัพ 5 ปี

วิธีเล่น sn9999 เดอะ แฮมเมอร์ส เสริมทัพอย่างว่องไวเป็นรายที่สองในตลาดซัมเมอร์แล้ว หลังจัดการคว้าตัวดาวเตะชาวนอร์เวย์ของมึนเชนกลัดบัคมาร่วมทีมแบบไร้ค่าตัว เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 7 ของศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษเมื่อฤดูกาลที่เพิ่งจบไป แถลงผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสรเรื่องการบรรลุข้อตกลงคว้าตัว ฮาวาร์ด นอร์ดท์ไวท์ กองกลางของโบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค มาเสริมทัพด้วยสัญญา 5 ปี มิดฟิลด์วัยเบญจเพส กำลังจะหมดสัญญากับทัพสิงห์หนุ่มในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ และจะย้ายมาอยู่กับขุนค้อนอย่างเป็นทางการแบบไม่มีค่าตัวตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมเป็นต้นไป โดยแข้งรายนี้ถือเป็นการเสริมทัพในตลาดซัมเมอร์รายที่สองต่อจาก โทนี มาร์ติเนซ กองหน้าดาวรุ่งจากบาเลนเซียนั่นเอง “ผมฝันมาตลอดว่าอยากจะได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีก และตอนนี้ผมก็ได้โอกาสครั้งใหญ่กับเวสต์แฮมแล้ว ผมสัญญาว่าจะทำงานหนักและหวังว่าจะได้มีช่วงเวลาที่ดีกับสโมสรแห่งนี้นะ” แข้งทีมชาตินอร์เวย์ กล่าวกับ Hill888

สำหรับ นอร์ดท์ไวท์ นั้น มีจุดเด่นคือสามารถเล่นได้ทั้งกองกลางตัวรับและทุกตำแหน่งในแดนหลัง โดยก่อนหน้านี้เคยอยู่กับคู่แข่งร่วมกรุงลอนดอนอย่างอาร์เซนอล ช่วงปี 2007–2010 แต่ไม่ได้รับโอกาสลงสนามให้ทีมชุดใหญ่เลยแม้แต่นัดเดียว ก่อนจะถูกกลัดบัคคว้าตัวไปร่วมทีมเมื่อเดือนมกราคมปี 2011 กระทั่งได้กลับมาค้าแข้งยังแดนผู้ดีอีกครั้งกับเวสต์แฮมในที่สุด

ทีมสิงโตคำรามประกาศรายชื่อนักเตะรอบแรกสำหรับลุยศึกยูโร 2016 ปรากฎว่า หอกดาวรุ่งของปีศาจแดงมีชื่อติดทีมชุดนี้ด้วย รอย ฮ็อดจ์สัน ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ ประกาศรายชื่อ 26 ผู้เล่นก่อนตัดเหลือ 23 คน สำหรับลุยศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปในเดือนหน้า ผลปรากฎว่า เขาสร้างเซอร์ไพรส์เรียก มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าวัยกระเตาะของแมนฯยูฯเข้ามาติดทีมด้วย ขณะเดียวกัน ปู่รอยยังเรียก แจ็ค วิลเชียร์ กองกลางอาร์เซนอลที่เพิ่งหายเจ็บยาวกลับมาติดทีมด้วย เช่นเดียวกับ แอนดรอส ทาวเซนด์ และ แดนนี ดริงค์วอเตอร์ ที่ทำผลงานได้ดีกับต้นสังกัดในฤดูกาลนี้ ส่วนผู้เล่นบิ๊กเนมที่หลุดโผจากทีมชุดนี้คือ ธีโอ วัลค็อตต์ และ เลตัน เบนส์

แถลงการณ์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงวัตถุต้องสงสัย เกม “แมนฯ ยูฯ vs บอร์นมัธ”

เจ้าหน้าที่ตำรวจเกรทเตอร์ แมนเชสเตอร์แถลงการณ์ หลังพบวัตถุต้องสงสัยที่ถูกตรวจพบในสนามฟุตบอลโอลด์ แทรฟฟอร์ด จนต้องให้หน่วยเก็บกู้ระเบิดเข้ามาตรวจสอบนั้น เป็นอุปกรณ์ที่ถูกใช้ระหว่างการฝึกซ้อม ไม่กี่นาทีก่อนการแข่งขันฟุตบอลในวันนี้ ซึ่งมีคิวเตะเวลา 15.00 น. เจ้าหน้าที่สนามของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับวัตถุต้องสงสัยที่ถูกตรวจพบบริเวณห้องน้ำในโซนทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ระหว่างอัฒจันทร์เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และอัฒจันทร์สเตรทฟอร์ด เอนด์เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าทำการตรวจสอบอย่างรวดเร็ว และผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิดได้เข้าวิเคราะห์วัตถุดังกล่าว ซึ่งถูกบรรยายว่าเป็นสิ่งที่ดูเหมือนกับระเบิดของจริงเอามากๆในเบื้องต้นได้มีการอพยพแฟนบอลในสนามบางส่วนเกิดขึ้น แต่มีการตัดสินใจระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเพื่อยกเลิกการแข่งขัน ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นการอพยพอย่างเต็มรูปแบบ

“จากเหตุการณ์เก็บกู้ระเบิดในวันนี้ เราค้นพบว่าวัตถุดังกล่าวเป็นอุปกรณ์ซึ่งใช้สำหรับการฝึกซ้อมที่ถูกลืมทิ้งเอาไว้โดยอุบัติเหตุจากบริษัทเอกชน หลังการฝึกซ้อมการป้องกันที่มีการค้นหาระเบิดโดยสุนัข”

“แม้ว่าวัตถุชิ้นนี้จะไม่สามารถทำอันตรายใดๆได้ แต่ด้วยรูปลักษณ์ของมันแล้วดูเสมือนกับของจริงเป็นที่สุด การตัดสินใจอพยพผู้คนในสนามถือเป็นสิ่งที่ถูกต้องจนกว่าเราจะมั่นใจว่าไม่มีประชาชนคนใดที่ต้องเสี่ยง”

“ผมอยากจะกล่าวขอบคุณผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องสำหรับปฏิบัติการในวันนี้จากการตอบสนองอย่างเป็นมืออาชีพ ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ, เจ้าหน้าที่สนาม, ทีมงานของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ตัวแทนจากสำนักข่าวและนักพากษ์ทุกๆท่านเช่นเดียวกับทีมเก็บกู้ระเบิด”

 การล่มสลายของ "บิ๊กโฟร์"

การล่มสลายของ “บิ๊กโฟร์”

step9999 จำได้ว่า เคยเขียนเรื่อง “เตรียมพบซีซั่นใหม่ โหดที่สุด” หลังจบเกมนัดที่ 37 ไปแล้ว แต่ก็ให้บังเอิญว่า เจอบทความคล้ายๆกันในหนังสือพิมพ์ “ดิ อินดิเพนเดนท์” ที่เขียนหลังผมสัก 4-5 วันแต่ก็ถือว่ามีประเด็นน่าสนใจทีเดียวเป็นงานของคุณ Mark Ogden นะครับในหัวข้อว่า Will the Premier League’s established order be restored next season? หรือประมาณว่า “ทีมพรีเมียร์ลีกระดับสถาปนาตัวเองแล้วจะแย่งลำดับพื้นที่ (หัวตาราง) ของตัวเองกลับคืนมาได้หรือไม่?” ว่าแล้วก็หยิบชื่อ อาร์เซนอล, เชลซี, แมนฯ ยูไนเต็ด และลิเวอร์พูล พร้อมกับตั้งคำถามเช่นกันว่า เลสเตอร์ ยังทำซ้ำประวัติศาสตร์ซีซั่นนี้ได้ไหม? ไว้ในส่วนโปรยของบทความ ผมเองไม่ได้ติดใจอะไร และก็นั่งอ่านจนจบ เพราะก็ถือว่า “รวบรวม” และ “เรียบเรียง” ข้อมูลมาได้ดี ทั้งนี้ มีสิ่งที่อาจไม่ได้สำคัญ และคนส่วนใหญ่คง “อ่านข้าม” ทว่ามันอาจจะเป็นแก่นที่สำคัญของฟุตบอลพรีเมียร์ลีกยุคนี้คือการพูดถึง “อาร์เซนอล, เชลซี, แมนฯยูไนเต็ด และลิเวอร์พูล” ในฐานะ The Premier League’s Established order หรือทีมพรีเมียร์ลีกที่สถาปนาตัวเอง และ “จับจอง” เป็นเจ้าของพื้นที่หัวตารางมาตลอด คำ “หัวตาราง” ของผมก็คือ พื้นที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หรือ “ท็อป 4” จะล่วงมาอันดับ 5 ที่ได้สิทธิ์ไปยูโรป้า ลีก กับแชมป์เอฟเอ คัพ และแคปิตัล วัน คัพ ก็แทบจะไม่ได้แล้ว แม้คำว่า “ท็อป 5” หรือ 5 อันดับแรก จะฟังดูไม่ขี้เหร่เลยก็ตาม นอกจากชื่อ ปืน, สิงห์, ผี และหงส์ ในโปรยบทความแล้ว ภายในเนื้อหามีชื่อของ 6 ทีม : แมนฯ ซิตี้,อาร์เซนอล, เชลซี, สเปอร์ส, แมนฯ ยูไนเต็ด และลิเวอร์พูล กับคำถามเดียวกันว่า จะแย่งพื้นที่หัวแถวคืนได้ไหม?

ประเด็นของผมอยู่ตรงนี้ครับ…

ในช่วงเวลาหลักของ “พรีเมียร์ลีก” นับจาก ค.ศ.1992 โดยเฉพาะหลังจากยุค โรมัน อบราโมวิช เข้ามาเทคโอเวอร์ เชลซี ค.ศ.2003 เราๆท่านๆจะติดหูกับคำว่า “บิ๊กโฟร์” และลำดับขั้นตอนพูดก็จะเรียงว่า แมนฯ ยูฯ, ลิเวอร์พูล (หรือลิเวอร์พูล, แมนฯ ยูฯ), อาร์เซนอล (เพราะ ค.ศ.2004 อาร์เซนอล ได้แชมป์แบบ “ไร้พ่าย” อันเป็นแชมป์ลีกสูงสุดหนสุดท้ายของพวกเค้า) และเชลซี ก่อนที่ ชีค มันซูร์ จะเทคโอเวอร์แมนฯ ซิตี้ ต่อจากคุณทักษิณ ชินวัตร ใน ค.ศ.2008 และทำให้ซิตี้กลายเป็นอีกทีมที่ประสบความสำเร็จได้แชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัยนับจากนั้น ประเด็นคือ คำว่า “บิ๊กโฟร์” ได้ค่อยๆเลือนหายนับจากวันที่แมนฯ ซิตี้ ได้ “พลังทรัพย์” เข้ามาสร้างทีมอย่างถล่มทลายเมื่อ 8 ปีก่อนแล้วครับ แม้ในอีกด้านจะมีความพยายามใช้คำว่า “บิ๊กไฟว์” แทนก็ตาม และก็อาจจะบังเอิญหรืออย่างไรไม่ทราบได้ ลิเวอร์พูล คือ ทีมที่ตกอันดับในตารางไม่ได้ติด “ท็อปโฟร์”และอาร์เซนอล แม้จะรักษามาตรฐาน แต่ก็ถือว่าลุ่มๆดอนๆ ไปไม่สุดเสียที ความ “แข็งแกร่ง” ของคำว่า “บิ๊กโฟร์” จึงถูกบั่นทอน และละลายด้วยตัวเองนำโดยลิเวอร์พูล และอาร์เซนอล ก่อนที่ 3 ปีก่อน เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จะวางมือจากทีมปิศาจแดง นั่นจึงกลายเป็นว่า หงส์, ปืน, ผี อ่อนแรงลง ขณะที่แมนฯ ซิตี้ มี “ธรรมชาติ” ไม่แน่นอนของนักเตะอยู่แล้ว ประมาณว่า ดีก็ดีใจหาย แต่จู่ๆจะแย่ก็ไม่เอาอะไรทั้งนั้น เรียกว่า ความสม่ำเสมอไม่มี! ทั้งหมดเดินทางมาถึง “จุดพีค” ในซีซั่นนี้ 2015/16 ที่ไม่ใช่แค่ หงส์, ปืน, ผี และซิตี้ ตามข้างต้น แต่ยังมีสิงห์ ของโจเซ่ มูรินโญ่ “ตกต่ำ” ยิ่งกว่าเสียอีก ดังนั้นโดย “ภาพรวม” ซีซั่นนี้ที่ เลสเตอร์ ซิตี้ ได้แชมป์ไปแบบ “แต้มห่าง” อาจจะถึง 13 คะแนนเป็นสถิติใหม่ได้เลยหากพวกเค้าชนะแล้วสเปอร์สแพ้ในนัดสุดท้าย (ผมยังไม่ทราบผลขณะเขียน) มันจึงมีที่มาที่ไปแบบค่อยๆชัดเจนอยู่แล้วว่า 5 ทีมพรีเมียร์ลีกระดับ The Premier League’s established order กำลัง “ขาลง” หรือฟอร์มตกพอดี ขณะที่แนวทางใหม่ ปรัชญาใหม่ ของเคลาดิโอ รานิเอรี่, เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่, สลาเวน บีลิช หรือโรนัลด์ คูมัน อาจเป็นสิ่งที่ “ถูกต้อง” กับสถานการณ์โลกฟุตบอลปัจจุบันมากกว่า ฉะนั้น วันนี้ผมขออนุญาตทิ้งท้ายบทความพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2015/16 ด้วยคำถามว่า “5 ทีมขาเก่าเจ้าประจำ : หงส์, ปืน, ผี, เรือ และสิงห์ จะทวงคืนพื้นที่จาก ขาใหม่ อย่าง จิ้งจอก, ไก่, ค้อน, นักบุญ ฯลฯ ได้ไหม?” shakti-ayurveda.net